Home ลดการใช้ความร้อน

"สิ่งที่เกิดขึ้นกับอาร์กติก อาจะเกิดขึ้นกับส่วนอื่นๆ ของโลกด้วย"

ถึงเวลาที่ต้องช่วยกันลดการใช้ความร้อนลง

การเดินทางของผู้หญิงคนหนึ่งเพื่อแสวงหาคำตอบของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

"อาร์กติกกำลังละลายไปต่อหน้าต่อตาของเรา"

ชั้นดินเยือกแข็งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศของโลกอย่างไร ซึ่งสิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม ชั้นดินเยือกแข็งเป็นชั้นน้ำแข็งหนาทึบที่พบได้มากในบริเวณขั้วโลก ซึ่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าชั้นบรรยากาศถึง 2 เท่า

และเมื่อน้ำแข็งละลายตัวเพราะภาวะโลกร้อน ทะเลสาบอาร์กติกจะก่อตัวขึ้นและกลายเป็นตัวย่อยสลายโดยธรรมชาติที่จะเปลี่ยนจุลินทรีย์ในดินให้เป็นก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีอานุภาพมากกว่ากว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

การทำความเข้าใจผลกระทบของการละลายของชั้นดินเยือกแข็งเหล่านี้ และผลกระทบของก๊าซมีเทนที่รั่วไหลจากการละลายของทะเลสาบอาร์กติก กลายเป็นหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

 

"10% ของภาวะโลกร้อนในศตวรรษนี้มาจากการที่น้ำแข็งในชั้นดินเยือกแข็งละลาย"

ทวีปอาร์กติกกำลังมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าส่วนอื่นของโลกถึง 2 เท่า และจากการวิจัย เคธี่ได้พบว่า ทะเลสาบในทวีปอาร์กติกกำลังปล่อยก๊าซมีเทนมากกว่าที่เคยมีการคาดการณ์ไว้ถึง 5 เท่า

การปล่อยก๊าซมีเทนจากสถานที่ที่เรียกว่าทะเลสาบเทอร์โมคาร์สต์คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดในปี 2593 และหลังจากนั้นจะใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีที่ก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้จะรวมตัวเข้ากับชั้นบรรยากาศของโลก

“หมีขั้วโลกอาจสูญพันธุ์ภายในปลายศตวรรษนี้”

คำถามที่เราต้องถามไม่ใช่อาร์กติกกำลังละลายหรือไม่ แต่เป็นเร็วแค่ไหน NASA ได้รายงานว่า มีหลายทฤษฎีที่คาดการณ์ว่าอาร์กติกจะกลายเป็นมหาสมุทรที่ปราศจากน้ำแข็งในบางช่วงของปีก่อนปี 2643 อย่างไรก็ตาม มีทฤษฏีอื่นที่คาดการณ์ว่าเหตุการณ์นี้อาจเกิดขึ้นเร็วกว่านั้น นั่นคืออีกภายใน 50 ปีข้างหน้า แต่ไม่ว่าจะเป็นไปตามทฤษฎีใดก็ตาม ผลลัพธ์ก็คือระบบนิเวศธรรมชาติถูกทำลาย

"เมื่อธุรกิจและผู้คนตัดสินใจอย่างชาญฉลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่เราใช้ สิ่งนั้นก็จะสร้างความแตกต่างในทางที่ดีให้กับสิ่งแวดล้อมของเราด้วยเช่นกัน"

ถึงแม้เคธี่จะรู้ดีถึงข้อเท็จจริงเหล่านี้ว่ามันจะส่งผลอย่างไรกับอนาคต เธอก็ยังบอกว่าผู้คนควรใช้เวลาให้มากขึ้นเพื่อเชื่อมโยงกับธรรมขาติแทนที่จะใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว “ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก แล้วสุขภาพและความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติจะดีขึ้น การได้กลับมาเชื่อมต่อกับธรรมชาติเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่เราสามารถทำได้ และเมื่อเรารักที่จะทำเช่นนั้นแล้ว ความรู้สึกนี้จะนำเราให้ตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องเพื่ออนาคต"

"เทคโนโลยีช่วยประหยัดพลังงานที่เราลงทุนไปจะช่วยให้เราประหยัดเงินได้ในระยะยาว พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ควบคู่ไปด้วย"

เคธี่พิมพ์สำเนาแผนที่และข้อมูลจากงานวิจัยภาคสนามของเธอ โดยเลือกใช้เครื่องพิมพ์ของเอปสัน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อน (Heat-Free) ทำให้ลดการใช้พลังงาน และนั่นหมายถึงการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยลง รวมไปถึงการปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศที่น้อยลงตามไปด้วย

สร้างอนาคตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Heat-Free

เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี Heat-Free เทคโนโลยีการพิมพ์แบบไม่ใช้ความร้อน เพื่อลดการใช้พลังงานในทุกๆ งานพิมพ์ที่ออกมา เพื่อสร้างความแตกต่างและเป็นส่วนหนึ่งในการลดปัญหาภาวะโลกร้อน
Learn More

 

Disclaimer:

All quotes have been taken from "TURN DOWN THE HEAT" article created by Costes Christ and Nina Boys, National Graphic Creative Works.